ร้อน & ฮอท!!

posted on 26 Apr 2011 12:59 by chainover
Foot in mouthทั้งๆที่เกิดอยู่ในบ้านนี้เมืองนี้มาก็ตั้งหลายปี [ปีนี้ก็ย่างขึ้นหลักเลข 3 แล้วด้วย เศร้า!]
Laughingแต่ยังไงๆ ไหงมันก็ยังไม่เคยชินกะอากาศ ของประเทศนี้สักที
สมัยเด็กๆตัวเล็กๆดำๆ[โตขึ้นขอย้ำว่ามันไม่เล็กฮะ แต่ยังดำKiss]อากาศมันไม่เคยร้อนบัดซบแบบสมัยนี้
แค่แป้งเย็นสักกระป๋องน้ำในโอ่งสักขัน ก็หายร้อนแล้ว แต่สมัยนี้ไม่วิ่งเข้าไปพึ่งใบบุญ เซเว่นอิเลฟเว่น
ข้างบ้านมันไม่มีวันคลายร้อนเด็ดขาด [แบบว่าห้างใหญ่ๆ มันไม่มีมาให้ไปเดินทอดน่อง ส่องหญิงปิ๊งแหม่มแบบ กทม.
หรอกฮะ นี่มันบ้านนอก ] เคยคิดเหมือนกันว่าที่ร้านจะติดแอร์ แต่ก็มีอันพับเก็บใส่กล่องดองแอบไว้ แบบไม่ให้ใครหาเจอ
เพราะน้ำท่วมซะรอบเดียวอะไรๆ ที่วาดหวังไว้พังทลายไปซะเกือบหมด รถใหม่ก็อด แอร์ในร้านก็อด แต่งงาน ก็ไม่รู้จะอดไปด้วยใหม [อย่างหลังนี่เริ่มหลอนๆละ หลังจากที่เห็นชีวิตคู่คนอื่นพังทลายเหมือนทรายโดนน้ำซัด...]
ว่าจะบ่นเรื่องร้อนไหงมันมาออก อ่าวไทยอีกแล้วละเนี่ยเอ้า!!
เอาเป็นกลับมาที่เดิม อากาศตอนนี้มันร้อนเหมือนๆกันหมด ใครอยากเถียงก็เถียงไปเราไม่ใช่พนักงานห้างหรือ ออฟฟิตที่ชีวิตอยู่ในกล่องแคบๆเย็นๆวันทั้งวันไม่รู้หรอกว่า ข้างนอกมันร้อนวายป่วงขนาดใหน
เคยคิดเล่นๆว่าถ้าผันตัวไปทำ กล้วยตาก หรือ ปลาเค็ม ชีวิตตูจะรุ่งกว่านี้ใหมเพราะอากาศมันเป็นใจเหลือเกินFoot in mouth
พออากาศร้อนมากๆสุขภาพจิตก็แย่ พอสุขภาพจิตแย่มันก็พาลหงุดหงิดชีวิตน่าเบื่อ กับหลายสิ่งหลายอย่าง
อาการตบเด็ก แตะหมา ท้าหญิงต่อย ก็กำเหนิดมาจากอากาศร้อนเนี่ยละ ><
การทำงานก็พาลจะไม่น่าพิศมัย ยิ่งเป็นงานบริการที่คนมันมาออรอให้เสร็จไวๆยิ่งแล้วใหญ่ แบบที่เคยเห้นและน่าเห็นใจยิ่งก้ แม่ค้าขายไก่ปิ้ง ส้มตำ แกกางร่มกลางแดดเปรี้ยงๆ แล้วก็ตั้งเตาปิ้งไก่ที่3นาฬิกาที่9นาฬิกาก็เป็น ครกกะสากแกน๊ะแหละ ส่วนที่6นาฬิกามี แม่ค้าขายไก่ทอดข้าวเหนียวมุสลิม [ร้านนี้งกหอมเจียว ไม่เขียนถึงละเคือง...]ที่ตั้งกระทะทองแดงกะน้ำมันดำๆร้อนๆ[แกคงช่วยชาติด้วยการรีไซเคิลน้ำมันแกอะ เห็นทอดมาตั้งกะปีใหม่พอน้ำมันพร่องก็เทลงไปใหม่ตลอดไม่มีเปลี่ยนทั้งกะทะร๊อก เอ..หรือเป็นสูตรลับตำหรับความอร่อยของมันวะ...] ตลอดเวลาลูกอีช่างทอดว่างั้น มาขายสายๆเที่ยงก็ทอดไก่ตอนเที่ยงนั่นละ แล้วไอร้อนมันจะไปใหนถ้าไม่ใช่ทิศ12นาฬิกา ของป้าส้มตำ ตรงนั้นเป็น3เหลี่ยมเบอมิวด้าหรือไงก็ไม่ทราบแต่ ข้างๆครกส้มตำมีอีกร้านที่มาร่วมแจมบรรยากาศ ร้านขายขนมครกงับผม ขายดีไม่ดีไม่รู้ แต่20-30นาทีเจ๊แกก็จะหยอดหนมครกลงกระทะหนมครกร้อนๆแกตลอด ลองนึกภาพป้าแก่ๆอยู่กลาง สามเหลี่ยมเบอมิวด้าที่ร่วมแรงร่วมใจกันปล่อย ออร่าแห่งความอบอุ่นยามที่ อากาศร้อนเชี้ยๆดู คิดว่าป้าแกจะมีสภาพยังไง ??
ก.ไก่อบชานอ้อยในซุ้ม5ดาว
ข.สโม๊กกี้ไบท์บทแท่นหมุนใน เซเว่น ติ้วๆ[เสียงหมุน]Sealed
ค.ม๊อบเสื้อแดงชุมนุมกลางสนามหลวง ตอนเช้า-บ่าย[เฮ่ยๆ..อันนี้มาไง...]
ง.เอาทั้ง 3ข้อ มาใส่ มูลีเน็ก รวมกันแล้วกด เบอร์3 ปั่นๆๆ
                                        ☻☻☻☻☻☻☻☻
งานเราก็เหมือนกัน ร้านเน็ตบรรยากาศอบอ้าวๆ เด็กๆจะเอานั่นจะเอานี่ เจ้าของร้านหน้าตาดีหุ่นดีไม่มีแฟน แต่ไม่รักเด็ก!![ยกเว้นเด็ก พานิช เด็กอาชีวะ อะนะ] "พี่เสียงมันดังข้างเดียวอะพี่" "พี่ย้ายเครื่องหน่อยอยากไปอยู่ใกล้ เครื่อง4 [พอดีเครื่อง4สาวๆนั่งงะ...]เครื่องนี้ ฮวงจุ้ยมันไม่ดีแล้วอะพี่" ""น้าๆ...กดพิมไม่ได้อะน้า คีย์บอร์ดเป็นไรป่าว [ช่องพาสเวิส เกมส์มันลงพิมไทยไม่ได้ไง น้องก็กดพิมไทยมันเลยไม่ออก ปัญหาโลกแตกเล๊ย..]" "เมาส์มันเล็กไปอะ ยิงไม่ถนัดเล่นไม่ออกเลยพี่ มีอันใหม่ป่าว..."   และอีกร้อยแปดประการ เจอแบบนี้ตอนเที่ยงๆ นี่ปวดตับไปเหมือนกัน...[แต่ไงก็ดีกว่า เจอ 3เหลี่ยมเบอมิวด้า ละวะ..]Yell
สิ่งที่สำคัญที่สุดยามอากาษร้อนๆ คืออะไร
คนอื่นเราไม่รู้หรอก แต่สำหรับเราแล้ว จะร้อนยังไงใจอย่าร้อนตาม ทุกๆอย่างมันก็จะทุเลาเบาบางลงเองแหละโดนเฉพาะการทำงานบริการท่ามกลางสภาวะ ที่ว่า แกก็ร้อน ฉั๊นก็ร้อน คิดถึงใจเขาใจเราสักนิด แล้วก็คิดด้วยว่าถ้าเรา ว๊าก ใส่เค้าตามอารมณ์ "แล้วถ้าเป็นเรา"โดนว๊าก!ใส่ทีหลังเรายังจะอยากมาใช้บริการร้านนี้อีกใหม? ยังไงใจอย่าร้อนตามอากาศก็เป็นอันพอละขอรับ....
ลำปางหนาวมาก.....สุราษร้อนเชี้ยๆ......Yell!!!                    
                                                                           Un-chain

เฟสบุ๊คของฉัน!

posted on 24 Apr 2011 21:31 by chainover
จั่วหัวไว้ซะหรูว่า มายเฟสบุ๊ค.. Foot in mouthแต่เอาเข้าจริงๆสังคมออนไลน์ที่เรียกว่า เฟสบุ๊คเราเองก็เพิ่งเข้าไปรู้จักมันเมื่อไม่นานมานี้แหละ ทั้งๆที่เราก็ทำงานเกี่ยวกันคอมอยู่ก็จ่อๆคอมตลอด แต่ไม่มิอาจย่างเท้าเข้าสู้สังคมออนไลน์เลื่องชื่ออันนี้ได้ก็คงเป็นเพราะ ความเจ้าชู้ของเราเองก็ได้กระมั๊ง...[เข้าเฟสบุ๊คแล้ว อาจมีการลุกไหม้ของเชื้อเพลิงที่ ชื่อถ่านไฟเก่า><] เลยโดนโทษแบน ทั้งไฮ5 และเฟสบุ๊ค ทำให้เราเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ช้ากว่าที่ควรจะเป็นTongue out
ณ.ตอนนี้ ผู้คอยเปล่งรังสีอำมหิตรอแจกใบแดงได้ จากเราไปแล้ว[ไว้ค่อยเล่าให้ฟังอีกทีเรื่องนี้ยาว..]Frownอารยธรรมที่เรียกว่า เฟสบุ๊คถึงได้ ตกมาอยู่ในมือคน โลว์เทคโนโลยีอย่างเรา อย่างแรกที่เราได้มาจากเฟสบุ๊คคือ....
1.มิตรสหายเก่าแก่ ทั้งที่แคร์และไม่แคร์สื่อ มันแห่แหนกันมาจากใหนต่อใหนก็ไม่รู้ บางคนก็จำได้แค่หน้า บางคนก็จำได้แต่ชื่อ พ่อมัน สรุปว่าเจอมิตรรักนักเพลงเก่าๆกันให้กระจาย...
2.ศัตรูในวัยเยาว์ มีมิตรที่ใหนก็ย่อมมีศัตรูที่นั่น นี่เป็นสัจธรรม คนบางคนเจอหน้ากันแค่ครั้งแรกเราก็ปิ๊งเค้าในบัดดล เธอคือคนที่ใช่แน่ๆ... แต่บางคนเจอกันวินาทีแรกก็รู้เลยว่าไอ้เนี่ย[อีเนี่ย]มันมิอาจจะอยู่ร่วมโลกบูดๆเบี้ยวๆ ใบนี้กะเราได้โคตรจะ อัน-เลิฟมันตั้งกะเจอหน้ากันครั้งแรกเลย [อาการคล้ายรักแรกพบ แต่ ขอให้นึกถึงสถาณะตรงกันข้าม]
3.สงครามคีย์บอร์ด อันสืบเนื่องมาจากข้อ 2.อาการเกาเหลากันในข้อสองจะสืบเนื่องเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ทำให้เกิด มหากาพสงครามไตรภาคขึ้นในสังคมศิวิลัยที่ชื่อว่า เฟสบุ๊ค ประมาณว่า เม้นอะไรไป แม่มเกทับกูหมด ...งานนี้ไม่จบๆ...
4.ยังนึกไม่ออก เอาเป็นว่าใครคิดว่าเล่นมานานแล้ว เจอมาเยอะเจ็บมาเยอะ รู้ขอ้ที่4. 5. หรือต่อๆไป ก็ใส่มาให้เป็นวิทยาทานข้าน้อยก็แล้วกัน...Foot in mouth
ไอ้ที่จริงเราก็เขียนอะไรๆลงไปในเฟสเยอะเหมือนกันนะแนวๆว่า ตูคิดยังไงกะชีวิตนี้สัจธรรมในความเห็นในมุมมองของฉันต่อหน้าที่การงาน บลาๆบลาๆ...แล้ววันดีคืนดี ก็มีเพื่อนแห่กันมา สวดว่า แกคิดแบบนั้นได้ไงว๊าแสรด..เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานวัดความสำเร็จในหน้าที่การงานคนอื่นแบบนี้ได้งายแสรด...Yellก็แล้วเราเขียนว่าใครที่ใหน?แค่บันทึกแสดงความคิดเห็นอย่างกะที่เคยเขียนๆ ลงไปในไดอารี่ก่อนนอนอย่างทุกทีแต่ดันมีคน เอาไปตีความเป็นอีกอย่างหาว่าหลอกด่ามั่งละ กระทบกระเทียบเปรียบเปรยมั่งละ[งานที่ทำให้วงแตกคือ เขียนเรื่อง งานของฉัน ใจความสำคัญเรื่องการเป็นนายของตัวเองเสนอมุมมองการคิดตัดสินใจทำ/มีกิจการเป็นของตัวเอง โดนมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายรุมสกรัมเอาเละเลย..เศร้า]ก็ได้บุรุษชุดดำใน ข้อ2นั่นละที่สร้างกระแส><..
งานนี้เลยต้องหาที่ระบายออกด้านความคิด ก็อำนาจกรรมเก่าหรืออันไดก็ไม่ทราบถึงได้ลิงค์มาเจอ บล๊อคนึงของ ท่าน "มนุษย์กล่อง" [ขอพาดพิงนิดนึงเพราะชอบบล๊อคของเค้ามาก]อ่านไปอ่านมารู้ตัวอีกทีก็กดสมัครเปิดบล๊อค เองไปซะแล้วแล้วด้วยไอ้ความที่ไม่รู้จะสรรหาอะไรมาลงดี ที่มีก็แค่ความคับแค้นใจหาที่ระบายออกเรื่องเฟสบุ๊คนี่ละ
สุดท้ายก็เลยมานั่งปั่น ไดอารี่อยู่บล๊อคนี้...Tongue out
ก็อย่างที่อยู่ข้างต้น [หัวเรื่อง]ก็บอกว่ามันไร้สาระ เพราะงั้นใครมาอ่านก็อย่าคาดหวังอะไรจากบล๊อคนี้มากเพราะเรื่องไร้สาระของคนบางคนมันเกิดได้ทุกวันบางวันก็แค่เรื่อง สิวๆ แต่บางวันมันก็ ฮาร์ดคอร์เสียจนยากจะคาดเดา ถ้าไม่เบื่ออ่านซะก่อนเด๋วก็รู้เองละว่า มันมีอะไรมั่ง...
สุดท้ายนี้ ลาแบบก๊อปเค้ามาว่า  "ขอพระเจ้าคุ้มครอง" Smile